• Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
๙๙/๙ ซ.งามดูพลี ถ.พระราม ๔ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ ๑ ๐ ๑ ๒ ๐
โทรศัพท์ ๐๒ ๒๘๖ ๕๓๘๕ - ๖
โทรสาร ๐๒ ๒๘๖ ๕๓๘๗

ซอยสวนพลู : ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๒๘

ไอ้ตี๋ใหญ่ตายเสียแล้ว เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่  ๑๙ พฤษภาคมนี่เอง  เป็นอันว่าผมหมดทุกข์หมดโศกหมดกรรมหมดเวร ไม่ต้องชั่งใจบาปใจกรรมคอยแช่งให้กันตายทุกเสาร์อาทิตย์  ที่พูดมานี่มีความหมายมาก เพราะเหตุที่ผมนั่งแช่งไอ้ตี๋ใหญ่ในโทรทัศน์นั้น  ก็เหตุเพราะว่าละครโทรทัศน์เรื่องตี่ใหญ่นั้น ทำได้ดีเห็นจริงเห็นจังเหลือเกิน จนผมซึ่งเป็นคนดูเคลิบเคลิ้มไปว่าเป็นเรื่องจริง  และเห็นว่านักแสดงเป็นตัวตี๋ใหญ่นั้นเป็นโจรจริงๆ ด้วย

 

จึงนั่งแช่งให้ตายทุกนัด เมื่อนึกอย่างนี้แล้วก็ไม่เคยนึกไม่เคยสนใจว่าผู้แสดงคนนั้นเป็นใคร แตกต่างกับท่านผู้แสดงโทรทัศน์อื่นๆ ซึ่งรู้จักชื่อเห็นหน้าจำได้  เวลาดูก็ไม่นึกว่าท่านเป็นตัวละครในโทรทัศน์ แต่ดูท่านในฐานะที่เป็นตัวจริงของท่าน และติดตามดูท่านเหล่านี้ว่าท่านแสดงดีหรือไม่  รูปพรรณสัณฐานเปลี่ยนแปลงไปแล้วแค่ไหนอย่างไร

 

จนมาดูเรื่องพิมพิลาไลย  เห็นคุณนิรุติ์  ศิริจรรยา  ( อายุ ๓๘ ปี) เล่นเป็นตัวเณรแก้วในเรื่องขุนช้างขุนแผน  และนางสายทอง พูดถึงไว้ว่า “ เจ้าเณรแก้ว ก็เป็นชายบริสุทธิ์ ผ่องไม่มีที่กังขา” ก็เลยเลิกดู

 

แล้วก็เลยนึกว่า วันไหนใครจะเล่นละครโทรทัศน์เรื่องพระอภัยมณี  ผมจะสมัครเล่นเป็นตัวสุดสาคร ให้เด็กกว่าเณรแก้วลงไปอีก ด้วยเหตุนี้จึงนึกว่า  คนที่เล่นเป็นตี๋ใหญ่ เป็นไอ้ตี๋ใหญ่จริงๆมาตลอด  ใครจะหาว่าโง่ก็ยอมละครับ

 

เมื่อนึกเช่นนั้นแล้ว ก็เลยไม่สนใจถามว่าเป็นใคร  จนดูจบแล้วจึงได้มีเพื่อนมาบอกให้  ซึ่งทำให้ใจหายเพราะคนที่เล่นเป็นตี๋ใหญ่นั้น เป็นลูกนายตำรวจ  คุณพ่อของเขาก็เคยรู้จักกับผมมาด้วย

 

ผมเคยไปเที่ยวดำเนินสะดวกกับท่านตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่  นั่งเรื่อผ่านอู๋ที่ต่อเรือหางยาว  ท่านยังชี้ให้ดูว่า ไอ้ตี๋ใหญ่มันใช้เรื่อแบบนี้เข้าคลองเล็กออกคลองน้อยหนีตำรวจ   จับมันยาก เพราะคูคลองแถวนี้มีมากและสลับซับซ้อนเหลือเกิน

 

เหตุที่ผมเคลิบเคลิ้ม คิดว่าละครโทรทัศน์เรื่องตี๋ใหญ่ เป็นเรื่องจริงนั้น  ก็เพราะความดีของละครเรื่องนี้เป็นธรรมดา   ความดีในที่นี้คือ ความเก่งของผู้จัดทำละคร  และผู้แสดงที่สามารถทำให้เป็นจริงเป็นจังมาได้ในสายตาคนดู  ระหว่างที่ดูละครอยู่นั้น  ใจไม่นึกว่าเป็นละครอยู่ คิดว่าเป็นเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้น

 

ฉากนั้นใช้ของจริงเป็นส่วนใหญ่  จึงตรงกับภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อมของเรื่องจริงที่ได้เกิดขึ้น การแต่งกายก็ตรงกับความเป็นจริงทุกอย่าง  ไม่ทำให้คิดว่ากำลังดูหนังดูละคร ซึ่งตามปกติมักจะแต่งกายเกินความเป็นจริงจนจับได้

 

แต่ที่สำคัญก็คือ คนแสดงส่วนใหญ่  ซึ่งผมจะพูดแต่ว่าแสดงได้สมจริง จึงทำให้คนดูเชื่อว่าเป็นคนจริงๆไม่ใช่ละคร ผมจะไม่พูดว่าแสดงถึงบทบาท เพราะการแสดงถึงบทบาทก็ดีการตีบทแตกก็ดี อันเป็นศัพท์ที่ใช้กันในการวิจารณ์หนังละครในเมืองไทยนั้น หมายความถึงการเล่นเกินบท  ที่ฝรั่งเรียกว่า 0veract  ซึ่งคนดูจับได้ทันทีว่าเป็นการเล่นละคร ไม่ใช่ชีวิตจริง

 

จะยกตัวอย่างให้ดูก็ได้  ในละครเรื่องตี๋ใหญ่นี้เอง มีตัวแสดงเป็นตัวพ่อและตัวแม่ของตี๋ใหญ่ ตัวแม่คือ คุณมารศรี  อิศรางกูล ซึ่งเป็นละครชั้นครู เนื้อทองคำบริสุทธิ์ ควรแก่ความนับถือเลื่อมใส เพราะทุกอิริยาบท ทุกอารมณ์ที่แสดงออกในเรื่องนั้น เห็นชัดว่าไม่มีสิ่งใดที่ถูกปล่อยปละละเลย แต่อยู่ภายใต้การคำนวณ และการควบคุมของผู้ที่ทรงคุณวุฒิ  ละครตัวแม่ที่แสดงออกนั้น  จึงปรากฎเป็นความจริงแก่คนดูอย่างหาที่ไหนติไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า กิริยาเคลื่อนไหว คำพูดและสำเนียงที่พูด แม้จะกระดิกนิ้วก็ทำให้เห็นว่านี่คือ แม่ของโจร ที่แม่ไม่สามารถจะหักห้ามอะไรได้แล้ว แต่ความรักของแม่ที่มีต่อลูกก็ยังมีอยู่    และความทุกข์ความตรอมใจของแม่ก็อยู่ที่ตรงนี้  ไม่จำเป็นต้องพูด หรือแสดงบทโศกโวยวายอะไรมากมาย


คุณมารศรีออกแสดงฉากใด คนดูก็เห็นบทเรียนนี้ตลอดทุกฉาก  คือความทุกข์ของมารดาที่มีลูกเป็นโจร เด็กคนไหนที่รักแม่และได้ดูละครเรื่องนี้ก็จะแลเห็นบทเรียนนี้ได้ชัด และคงได้สติ ไม่คิดที่จะเป็นโจรและประพฤติผิด เป็นการแสดงที่ซึมเข้าไปในใจคนดูจนแจ่มแจ้ง ไม่จำเป็นต้องเน้นหนัก ไม่ต้องย้ำบทเรียนที่ต้องการแสดงให้เห็น แต่แสดงให้เห็นด้วยธรรมชาติที่ตรงต่อความเป็นจริง


ส่วนคนที่แสดงเป็นพ่อตี๋ใหญ่นั้นเป็นไปในทางตรงกันข้ามเลยทีเดียว  เป็นการแสดงถึงบทบาทและตีบทแตกตามคติของคนไทย ซึ่งเป็นเหตุสำคัญให้การแสดงของคนไทยไม่พ้นระดับมือสมัครเล่น และไม่เข้าขั้นอาชีพสักเท่าไหร่  การใช้อารมณ์แบบโวยวาย จะรักลูกเมตตาลูกก็ออกมาอย่างโจ่งแจ้ง บทจะทุกข์ก็ฟาดงวงฟาดงาโวยๆวายๆ ซ้ำซากน่าเบื่อหน่าย มิได้ให้บทเรียนแก่คนดูในทางที่ถูกแต่อย่างไรทั้งสิ้น กลับทำให้นึกไปว่าหากตี๋ใหญ่ มันมีพ่อแบบนี้ ก็ควรอยู่หรอกที่มันจะเป็นโจร

ทีนี้ก็มาถึงตัวตี๋ใหญ่  คือ คุณฉัตรชัย  เปล่งพาณิชย์  ผมไม่ทราบว่า ตัวเอกในเรื่องนี้จะเคยแสดงหนังแสดงละคร เก่งกาจมาจากไหนแต่ก่อนหรือเปล่า เพราะเพิ่งได้ดูคุณฉัตรชัย แต่ในเรื่องตี๋ใหญ่ และก็ดูไม่ครบขาดไปหลายตอน และตี๋ใหญ่ตัวจริงนั้นผมก็ไม่เคยพบเห็น แต่เท่าที่ได้ดูจากละครเรื่องนี้ คุณฉัตรชัย นำเอาตี๋ใหญ่ตัวจริงมาปรากฎแก่ผมได้อย่างชัดแจ้ง คุณฉัตรชัยเล่นละครเป็นโจรเก่งด้วยกิริยาท่าทาง แต่สำคัญอยู่ที่ใบหน้าและแววตา  ซึ่งเมื่อเริ่มเรื่องเป็นของเด็กหนุ่มในชนบทคนหนึ่ง ซึ่งยังไม่จัดเจนต่อโลก แล้วก็เปลี่ยนเป็นใบหน้าของเด็กหนุ่ม ที่ภูมิใจในเชิงหมัดเชิงมวยของตนเอง มีความมั่นใจว่าปราบคนอื่นได้ ต่อจากนั้นมาก็เป็นใบหน้า และแววตาที่หยิ่งยโสไม่ฟังใคร เชื่อมั่นในคติอันผิดของตน เกินกว่าใครที่จะตักเตือนได้ แล้วก็กลายเป็นลักษณะของโจร ซึ่งเชื่อฤทธิ์อำนาจของตนเอง เชื่อว่าตนนนั้นไม่มีใครจะจับได้ฆ่าได้  และต่อมาเมื่อเรื่องดำเนินต่อไป ใบหน้าและแววตานั้น ก็เริ่มแสดงให้เห็นความลังเล ความสงสัย และความหวาดระแวงในทุกคน จนในที่สุดในตอนท้ายก็เห็นแต่ความกลัว ความหวาดเหมือนสัตว์ ที่ถูกล่า และความหยิ่งผยอง ความมีฤทธิ์เหนือมนุษย์นั้นไม่มีอีกแล้ว   และฉากสุดท้ายนั้นเห็นแต่หน้าของสัตว์ ที่กำลังหนีเอาชีวิดรอด จนถูกยิงตายกลางทุ่ง เหมือนกับสัตว์ที่ถูกล่าตัวหนึ่ง ไม่มีวีรกรรมหรือความยิ่งใหญ่อะไร เข้ามาประกอบเลย คนที่แสดงออกด้วยการเล่นละคร ด้วยใบหน้า และแววตาเช่นนี้ หาได้ยาก  ครับหาได้ยากกว่า หน้าสวยๆ หวานๆ เป็นไหนๆ

 

นี่เป็นบทเรียนที่ได้จากละครเรื่องนี้ ซึ่งตั้งใจจะสอนคนโดยเฉพาะเด็ก ให้เกลียดกลัวความชั่วไม่อยากเป็นโจร

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

ข่าวสารล่าสุด
Please reload

คลังข้อมูล
Please reload

ค้นหาด้วยคำ