• Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
๙๙/๙ ซ.งามดูพลี ถ.พระราม ๔ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ ๑ ๐ ๑ ๒ ๐
โทรศัพท์ ๐๒ ๒๘๖ ๕๓๘๕ - ๖
โทรสาร ๐๒ ๒๘๖ ๕๓๘๗

ข้างสังเวียน : ๑๔ มกราคม ๒๕๒๑

คุญปริม บุญนาค ได้มาหาผมเมื่อวันก่อน แล้วบอกว่า เสด็จให้มาเชิญคุณน้าไปดูหนังอัศวินเรื่อง “ยมบาลจ๋า” ในคืนที่ ๑๒ มกราคม นี้ ที่โรงแรมดุสิตธานี

 

เสด็จในที่นี้ คือ ท่านพระองค์ชายใหญ่ ได้แก่พระเจ้าวรวงค์เธอ พระองค์เจ้าภานุพันธ์  ยุคล

“คุณน้า”  ก็คือ ผม ซึ่งเสด็จท่านเรียกว่า คุณน้า  ก็ทำไมผมถึงไปเป็นน้าเจ้านายขนาดนั้นเล่า  เสด็จท่านรับสั่งว่า พ่อผมเป็นยายของท่าน ลูกของยายก็ต้องเรียกว่าน้า เดี๋ยวครับ  อย่าเพิ่งเอะอะไป

 

เรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาทางการแพทย์  ท่านแม่ของเสด็จ คือ พระเจ้าวรวงค์เธอพระองค์เจ้าเฉลิมเขตมงคล ท่านทรงกำพร้ามารดา ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์มาก เพื่อสนองพระเดชพระคุณสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยาภานุพันธ์ฯ  สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข ซึ่งเป็นพระบิดาของท่านพระองค์หญิง ซึ่งทรงมีพระคุณแก่พ่อผมอย่างยิ่ง  พ่อของผมจึงเข้าอภิบาล เลี้ยงดูพระองค์หญิงอย่างใกล้ชิด จนเจริญพระวัยขึ้นมา

 

ท่านก็เลยเรียกพ่อผมว่า “ท่านแม่” มาแต่ยังทรงพระเยาว์ และสอนให้พระโอรสของท่านเรียกพ่อผมว่า “ท่านยาย”   ผมก็เลยเป็นคุณน้าของเสด็จไป  ที่เขียนบรรยายมาทั้งหมดนี้ก็เพราะปลื้ม  มีหลานเป็นมหัคภัณฑ์อย่างเสด็จ ใครบ้างจะไม่ปลื้มครับ

ผมก็เลยไปดูหนังของอัศวินภาพยนตร์และการละคร เรื่อง “ยมบาลจ๋า” ที่โรงแรมดุสิตธานี และก็ได้รู้จักธรรมะในหนังไทยเป็นครั้งแรก เสด็จท่านรับสั่งก่อนฉายว่า หนังเรื่องนี้ท่านไม่ได้ทรงเกี่ยวข้องในการสร้าง กำกับหรืออย่างอื่นแต่อย่างใดเลย

แต่หนังเรื่องนี้ เอาเค้าเรื่องมาจากนวนิยาย เรื่องสั้นที่ท่านได้ทรงแต่งไว้นานแล้ว ชื่อเรื่อง “ ผี” หรือ “ผีนายออม”  ซึ่งในนวนิยายเรื่องนั้น  ท่านมีพระประสงค์ จะชี้ให้คนอ่านได้แลเห็นบาปบุญ ซึ่งเป็นของมีจริง ใครทำบุญทำกรรมอย่างใด ก็ย่อมจะต้องได้รับวิบาก คือ ผลดีแห่งบุญ และผลร้ายแห่งกรรม ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้  เสด็จท่านรับสั่งต่อไปว่า การทำหนังนั้น ถ้าจะทำให้เห็นบุญเห็นกรรมอย่างตรงไปตรงมา ก็เห็นจะไม่มีใครดู เพราะคนจะหลับกันหมด และการทำหนังนั้น มีธรรมะสำคัญอยู่คือ การทำให้หนังได้เงิน  ถ้าหนังไม่สนุก  คนก็ไม่ดู คนทำหนังก็ไม่ได้เงิน เมื่อไม่ได้เงินก็ทำหนังไม่ได้ ผมก็แลเห็นธรรมะซ้อนธรรมะขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง คือ ธรรมะแห่งการทำหนัง   อะไรคือธรรมะแห่งการทำหนัง?

 

ธรรมะของหนังไทยก็คือ การทำให้คนดูสนุก ด้วยการนำเอาดาราที่มีชื่อเสียงมาแสดง มีรัก มีโศก มีเตะต่อยล้างผลาญกันอย่างดุเดือด มีตลกโปกฮาไม่ขาดระยะ  เมื่อธรรมะของหนังไทยมีอยู่เช่นนี้ ก็ต้องนึกถึงพุทธภาษิตที่ว่า  ธมฺโม หเว รกฺ ขติ ธมฺมจารึ ธรรม  ซีว่ะ  รักษาผู้ประพฤติธรรม

 

ผู้สร้างหนังไทยคนใด ประพฤติธรรมแห่งหนังไทยตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นนั้น ได้ธรรมะแห่งหนังไทยนั้น ก็รักษาผู้ประพฤติธรรม ให้ทำหนังที่มีคนดูแน่นโรงไปได้เรื่อยๆ ได้เงินมาก มีกินมีใช้ มีชื่อเสียงเป็นที่นับหน้าถือตา  ก็เห็นๆกันอยู่แล้วมิใช่หรือ ?

 

ถ้าหากผู้สร้างคนใดฝืนธรรมะแห่งหนังไทย พยายามสร้าง “หนังมาตรฐาน”  ซึ่งแปลว่าอะไรก็ไม่รู้  มาตรฐานของใครก็ไม่รู้ หนังนั้นก็มักจะมีคนสองคนชมกันฮือฮาในหน้าหนังสือพิมพ์ และมีคนดูกันมากหน่อยในกรุงเทพฯ แล้วก็เงียบหายไป

ธรรมะแห่งหนังไทยก็ไม่รักษาผู้นั้นไว้  ธรรมะแห่งหนังฝรั่งก็ไม่รักษาเอาไว้อีก เพราะไม่ใช่หนังฝรั่ง  ก็เห็นๆกันอยู่แล้วมิใช่หรือ ?  ผมไม่ได้อ่านเรื่อง “ผี” ของเสด็จ จึงไม่ทราบว่าหนังเรื่อง “ยมบาลจ๋า” นั้นใกล้เคียงหรือห่างไกลกับต้นฉบับซึ่งเป็นนวนิยายเพียงไร แต่เมื่อได้ดูหนังเรื่องนี้แล้ว ก็จะต้องขอเชียร์ไว้ก่อนว่า หนังเรื่องนี้รักษาธรรมะแห่งหนังไทยไว้ได้อย่างครบถ้วน  มีรัก มีโศก ในตอนแรกๆ ซึ่งก็ไม่ถึงกับรักเกินไป และโศกเกินไป จนทำให้อารมณ์คนดูบูด ถึงกับไม่ยอมรับ การต่อสู้ดุเดือด ตื่นเต้น โลดโผน และการตลกโปกฮาอันตามมาในตอนหลัง จึงเป็นหนังที่ดูได้ไม่เบื่อทั้งเรื่อง

 

มีโครงเรื่อง หรือ plot ที่น่าสนใจพอที่จะเรียกให้คนดูติดตามด้วยความสนใจไปตั้งแต่ต้นจนจบ นึกไว้ก่อนไม่ถึงว่า ชาตากรรมของพระเอก คือ คุณกรุง ศรีวิไล ที่มีอยู่ในเรื่องนั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป ทั้งที่พอเริ่มต้นหนังนั้น ก็ได้เห็นกันแล้วว่า พระเอกนั้นเป็นคนที่อยากตาย แต่ทำอย่างไรก็ตายไม่ได้

 

หลักธรรมะของชีวิต ที่เสด็จท่านมีพระประสงค์ ที่จะแสดง คือ เรื่องกรรมและผลของกรรม นั้นก็ปรากฎตลอดเรื่อง ใครมีตาที่จะมองธรรมก็จะแลเห็น   นายออมพระเอกผู้ซึ่งในชาติก่อนถึงจะเป็นคนรูปชั่วอัปลักษณ์ ดูเหมือนจะถูกไฟลวกมาก่อนนั้น ก็ยังมีความซื่อสัตย์ รักนางเอกด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่เคยคิดทรยศต่อใคร ไม่เคยเบียดเบียนผู้ใด  มิหนำซ้ำ ยังได้บวชเรียนสืบพระศาสนาอีกด้วย เมื่อตายไปแล้วถึงจะตกนรก พยายมผู้เป็นใหญ่ในนรกก็เมตตากรุณา

 

ผมเองนั้น  เมื่อตายแล้วก็คงลงนรก แต่ก็ต้องการความสัมพันธ์กับยมบาลเพียงแค่นั้น  จะทำบุญอย่างไรจึงจะได้ผลเช่นนนั้นก็ยังไม่รู้  ใครช่วยบอกผมที  นอกจากนั้น  ด้วยผลบุญของนายออม พระยายมก็ยังช่วยให้นายออมกลับมาเสวยชาติเป็นมนุษย์ใหม่ แบบ โอปปาติกะ  คือไม่ต้องเกิดจากน้ำเน่าเลนตม หรือเกิดจากไข่ แต่พอเกิดก็เป็นหนุ่มครบเครื่อง  เป็นพระเอกหนังขนาด คุณกรุง ศรีวิไล ทันที ไม่ต้องไปเสียเวลาตัดรก โกนผมไฟ และกินนมแม่  ทั้งนี้เป็นส่วนผลบุญส่วนผลกรรมก็ได้แสดงให้เห็นไว้ชัด นางเอกผู้ซึ่งทรยศต่อความรักของนายออม ก็มีชีวิตต่อมาอย่างตกนรกทั้งเป็น ตกอย่างไรก็ไปดูเอาเอง

คนทุกคนในเรื่องที่เป็นคนชั่ว หากินด้วยการหลอกลวง หรือเบียดเบียนคนอื่น ก็ต้องรับเคราะห์กรรมต่างๆ อย่างน่ากลัว และเงินที่หามาได้มากมายจากการกระทำชั่วนั้น ในที่สุดก็หาสาระอันใดไม่ได้เลย  ครับการแสดงบาปบุญคุญโทษของเรื่องนี้ มีรัก มีโศก บู๊ล้างผลาญ ตลกโปกฮาอยู่โดยตลอด ไม่ขาดธรรมะของหนังไทยที่ตรงไหนเลย  มีชีวิตอยู่ในซ่องโสเภณี  มีชีวิตในบ้านกะเทย  มีคุณชูศรี  มีสมมนต์ เป็นแม่เล้า  นึกๆขึ้นมาแล้วก็อยากเอาไปฉายให้พระดู ท่านจะได้รู้อะไรๆเสียบ้าง

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

ข่าวสารล่าสุด
Please reload

คลังข้อมูล
Please reload

ค้นหาด้วยคำ